แล้วแต่จะเรียก's profileSpace ของ สุจิตราPhotosBlogLists Tools Help

Blog


    August 28

    อาการคนอกหักอ่ะ....ง่ะ*-*

    อาการคนอกหัก...ร้องไห้


               1.เดินตากฝนแบบฉบับคนผิดหวัง ยืนพิงที่ผนัง ทรุดลงกอง

               2.นั่งเหม่อ ทำหน้าเหงา แล้วก็ขว้างปาข้าวของ

               3.ไปเดินเตะกระป๋อง ไม่สนใจผู้คน

               4.เปิดมือถือ รับสายแล้วไม่ต้องพูด อย่าลืมเชียว!!

               5.ร้องไห้ให้น้ำตาไหลมาข้างเดียว...

              ..ตอนรักทุ่มเทให้หมด ไม่เผื่อใจพอโดนทิ้งเหมือนนักมวยโดนน๊อคกลางอากาศ ล้มทั้งยืน เจ็บวันนั้นยังไม่เท่าเวลาทำใจหลังจากวันนั้น เพราะ..

               1.ลืม ก็ลืมไม่ได้

               2.เกลียด ก็เกลียดไม่ลง

               3.ไม่อยากพบ แต่ก็อยากเห็น

               4.ไม่อยากพูด แต่ก็อยากคุย

               5.ไม่อยากได้ฟัง แต่ก็อยากรับรู้

               6.อยากตัดใจ ก็เหมือนมีใยบางๆ ที่ตัดไม่ขาด

               7.ไม่อยากคึดถึง แต่ก็อยู่ในความคิดคำนึงตลอดเวลา

               8.อยากโทรหา แต่ก็กลัวว่าเขาจะรำคาญ

               9.อยากไปหา แต่ก็กลัวโดนเกลียด

               10.อยากให้กลับมา แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะรัก

              ท้ายที่สุด... ก็ต้องทนทรมานต่อไป จนกว่าจะหายเจ็บไปเอง ซึ่งอาจจะนาน หลายวัน หลายเดือน หลายปี หรือไม่มีวันนั้นเลยก็เป็นไปได้..

              ปล.ถูกทุกข้อเร้ย(เฉพาะ 1-10 นะ)  

    เรื่องของเรื่อง.....

    ใครไม่มีแฟนยกมือขึ้น
     

    ตอนนี้มักได้ยินสาว ๆ วัยรุ่นบ่นกันหนาหูเชียวว่า

    ทำไมหนูไม่มีแฟนไม่มีใครมาจีบหนูเลย เพื่อนๆ เขามีกันหมดแล้ว
    เพราะหนูไม่สวยใช่มั๊ยเลยไม่มีใครมาจีบ เพราะเพื่อนสวย หนุ่ม ๆ
    ทั้งห้องเดียวกัน ทั้งห้องอื่นพากันมาจีบเพียบ ทำให้เปลี่ยนแฟนเป็นว่าเล่น


    “แฟน” ความรักหรือแฟชั่น


    การมีแฟนของคนสมัยนี้ กลายเป็นแฟชั่นไปแล้ว เนี่ยแหละทำให้บางคนอายเพื่อน
    เพราะเราไม่มีใครมาจีบเลย อันนี้เธอต้องเข้าใจว่าผู้ชายวัยรุ่น เขาก็คือเด็ก
    เขาไม่มีวิจารณญาณมานั่งดูความดีงามในใจใคร
    เขาไม่ได้มานั่งคิดถึงอนาคตว่าจะต้องอยู่กับคนนี้หรือจะต้องหาแม่ให้ลูกเห็นหน้าสวยเขาก็จีบ
    เป็นเหตุให้สาวน้อยหน้าตาธรรมดา ต้องทุ่มตัว ทุ่มใจ ทุ่มเงิน มากกว่าคนสวย
    แต่กลับยิ่งทำให้เธอนับถือตัวเองน้อยลง
    บางคนเห็นเพื่อนมีแฟนก็อยากมีบ้าง
    อย่างน้อยใครจะได้ไม่มาดูถูกว่าหาแฟนไม่ได้ต้องดิ้นรนทุกอย่างถ้าไม่มีใครมาจีบ
    ก็เป็นฝ่ายไปจีบเขาเองซะเลย อย่างน้อยจะได้ไม่ตกเทรนด์ ถ้าใครคิดจะมีแฟน
    เพราะเพื่อนมีหรือเพราะเพื่อนล้อล่ะก็ หยุดคิดสักนิด ใครจะพูดอย่างไรก็ช่าง
    แต่ขอให้เธอรู้ไว้ว่า ความรักไม่ใช่แฟชั่น มันมีค่ามากกว่านั้น
    แล้ววันหนึ่งเธอจะได้รับความรักที่มีค่าจากใครบางคน ไม่ใช่ความรักที่เป็นแฟชั่น


    เราอยู่ได้อย่างมั่นใจ...แม้ไม่มีใครมาเป็นแฟน


    สำหรับวัยรุ่นโลกของสาวน้อยหน้าตาธรรมดานี่จะเศร้าหมองมาก
    แต่โลกของสาวน้อยหน้าตาสวยนี่จะมหัศจรรย์มาก
    แต่เดี๋ยวก่อนอย่าเพิ่งไปอิจฉาเพื่อนเลย เพราะนั่นหมายถึง
    เขาก็เสี่ยงกับการเสียอนาคตมากเหมือนกัน การที่มีคนมารักมาก
    ไม่ได้หมายความว่าคนที่มารักเรา เขาจะเป็นคนดีกับทุกคนสักหน่อย
    ดังนั้นคนสวยเขาน่าสงสารนะ มีคนสวยมากมายที่เรียนไม่จบ เพราะต้องแต่งงานมีลูก
    แต่สาวไม่สวย หรือหน้าตาธรรมดากลับมีอนาคตสดใส
    นี่แหละหนาเพราะเราได้หน้าตาเป็นอาวุธ
    มีน้องคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า เพื่อนมีแฟน แต่แฟนเจ้าชู้มาก ชอบทำร้ายจิตใจ
    ชอบใช้ให้เพื่อนเธอทำการบ้านให้ ขอเงินใช้อีกต่างหาก
    แล้วเพื่อนเธอก็ถามน้องคนนี้ว่า ทำไมไม่มีแฟนสักที หาไม่ได้หรือไง
    น้องคนนั้นเลยย้อนเพื่อนฉันไปว่า

    “ถ้าฉันมีแฟนแล้วเป็นแบบเธอ ฉันขอตกเทรนด์อยู่คนเดียวดีกว่า” เนี่ยแหละ
    เราต้องชัดเจนพอ ให้สังคมรอบ ๆ ตัวรู้ว่า คนอย่างเรา ถ้าจะมีแฟน ขอแฟนดีจ๊ะ
    ไม่ใช่ใครก็ได้ขอให้มีก็พอ

    ตลาดบน ตลาดล่าง หรือของแจกฟรี เธออยากเป็นแบบไหน

    ความรักวัยรุ่นก็เหมือนการซื้อของในตลาด เธออยากเป็นสินค้าตลาดไหนล่ะจ๊ะ
    เธออาจจะเห็นบางคนมีคนจีบมากมาย เดี๋ยวคนนั้นเดี๋ยวคนนี้ เพราะอะไร
    เพราะเขาง่ายหรือเปล่า เขาเสนอ ผู้ชายเลยสนอง มีน้องบางคนมาบอกว่า
    เพื่อนล้อว่าหนูหาแฟนไม่ได้ ไม่มีใครเอา สู้เขาไม่ได้มีแฟนเยอะแยะ หนูอายทำไงดี
    แต่ก็ไม่มีคนมาจีบเลย ถึงมีก็ไม่อยากคบ เพราะบางคนเขาไม่ดี คือเกเร
    ไม่เรียนหนังสือ
    เอาเป็นว่าเธออยากเป็นตลาดไหนล่ะถ้าตลาดล่าง ก็เหมือนของถูก
    ที่ใครนึกจะซื้อก็ได้ หรือจะเป็นของฟรี ที่ได้ฟรี
    ไม่มีค่าอะไรเลยแต่ถ้าอยากเป็นตลาดบนต้องอดทน เพราะตลาดบนเป็นสินค้าราคาแพง
    ไม่ใช่ว่าใครก็ซื้อได้ คนที่จะซื้อสินค้าตลาดบนได้ต้องพิเศษพอ ถ้าเธอเป็นตลาดบน
    เธออาจใช้เวลามากสักนิด

    ความรักจะมา เมื่อเวลาลงตัว

    เมื่อถึงเวลาที่ลงตัว ความรักจะมาหาเราเอง เป็นความรักที่คือรักไม่ใช่แบบแฟชั่น
    ในวันที่เธอเติบโตขึ้น คนที่เขารักเธอเขาจะไม่คิดว่าเพราะเธอไม่มีใคร
    เพราะเธอจีบง่าย แต่เขาจะรักเธอเพราะเธอคือความรักที่ไม่ใช่แฟชั่น
    แต่เป็นรักแท้ที่อยู่เหนือรูปร่างหน้าตา อยู่เหนือเหตุผลทั้งปวง
    สมัยนี้ความรักถูกลดค่าลงมากลายเป็นแฟชั่น ทำให้พื้นที่ของรักแท้ลดน้อยหายไป
    ในขณะที่คนส่วนใหญ่กลับโหยหาแต่รักแท้ ถ้าเธอไม่อยากเป็นเพียงแฟชั่นของใคร
    มีค่าเป็นเหมือนเครื่องประดับ กระเป๋า รองเท้า แล้วล่ะก็ จงรู้จักเลือกรอ
    เลือกรับ และเลือกความรักที่เหมาะสม ไม่ใช่คบใครเพราะใจกลัวตกเทรนด์เอาล่ะ
    พร้อมที่จะอนุรักษ์ความรักที่สวยงามและมีเอาไว้ให้คนรุ่นหลังหรือยังจ๊ะ

    ขอขอบคุณเนื้อหาดีดี ......www.kapook.com
     
    August 22

    นิสัยต่างกัน.........

    อยู่เป็นคู่ได้อย่างไร เมื่อนิสัยต่างกัน เขินอาย


    เมื่อชีวิตของคน 2 ตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกันนั้น
    ไม่มีใครคิดฝันว่าเมื่ออยู่กันไปนานๆ แล้ว จะเกิดปัญหาตามมา ทุกคู่แทบไม่มีใครคิดถึงปัญหาล่วงหน้าต่าง คิดถึงการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข แต่ในความเป็นจริงของชีวิต มักจะไม่เหมือนกับความคิดของเราเสมอไป


    บางครั้งก็อาจจะมีความสุขมากกว่าที่คิด แต่ส่วนมากมักจะทุกข์มากกว่าที่คิดซะมากกว่า ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะ ไร เพราะช่วงเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน เรามักจะฝันจะคิดถึง แต่เรื่องที่ประเทืองความสุข ไม่ค่อยคิดถึงเรื่องความทุกข์ เมื่อมาใช้ชีวิตจริง ปกติธรรมดาแล้วพบเรื่องทุกข์บ้าง ก็ต้องถือเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตอย่าไปคิด อะไรมาก


    ความยากลำบากของชีวิตคู่ที่อยู่ด้วยกัน จนผันเป็นความทุกข์อีกรูปแบบหนึ่งของชีวิต คือ ความขัดแย้งกันระหว่างสามีภรรยา" ความขัดแย้งของสามีภรรยา ที่พบได้บ่อยๆ มากที่สุด จนอาจกล่าวได้ว่าแทบไม่มีคู่ไหนหลีกหนีปัญหาข้อนี้ไปได้พ้น คือ

    "ความขัดแย้งของการใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในชีวิตประจำวัน"


    ที่เป็นเช่นนี้เพราะคนสองคนที่มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ล้วนมีที่มาต่างกันไปแทบทั้งสิ้น ตั้งแต่การอบรมเลี้ยงดู การศึกษา การคบหาสมาคมกับเพื่อน แต่ละคนต่างมีที่มาต่างกัน เพราะฉะนั้นเมื่อมาอยู่ด้วยกัน ย่อมมีความแตกต่างกัน ในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน เช่นเรื่อง "อุปนิสัยส่วนตัว" บางคนมีอุปนิสัยใจคอ เป็นคนใจร้อนใจเร็ว อยากได้อะไรต้องเอาให้ได้ดังใจทันที ถ้าช้านิดหน่อย จะโกรธ เป็นฟืนเป็นไฟ อุปนิสัยแบบนี้ ตอนที่จีบกันอยู่ อาจไม่เคยหลุดออกมาให้ดูให้เห็น เพราะไม่มีโอกาสที่จะพบเหตุการณ์ ที่แสดงความใจร้อนออกมา แต่พอมาอยู่เป็นคู่ชีวิตกันจริงๆ ทุกวันทุกคืน จะฝืนตัวเองยังไงไม่ให้ความใจร ้อนหลุดออกมาบ้างเลยก็คงยาก


    คนที่เป็นคู่ชีวิตอยู่ด้วย ก็คงช่วยทำให้เขาใจเย็นลงไม่ได้

    เพราะมันเป็นอุปนิสัยใจคอที่เปลี่ยนแปลงยาก ความลำบากใจ จึงตกมาอยู่กับคนที่อยู่ด้วย ถ้าทนความลำบากใจจากอุปนิสัยที่แตกต่างกันไม่ได้ ก็จะอยู่ไปอย่างไม่มีความสุข ผลสุดท้ายอาจถึงขั้นแยกย้ายทางใครทางมันก็ได้


    เรื่องนี้มีทางเดียว คือ


    ต้องปรับจิตปรับใจของตัวเรา ให้ยอมรับเขาให้ได้ เมื่อพบเหตุการณ์ที่ทำให้เขาใจร้อน เมื่อไหร่เราก็ควรใจเย็น และใช้คำพูดคำจาที่เปรียบเสมือนน้ำเย็นเข้าลูบ คำพูดคำจาที่จะให้ออกมาต้องระมัดระวังให้ดี อย่าเป็นคำพูดที่เป็นเชื้อไฟ ให้ความใจร้อนใจเร็วและความโกรธเป็นฟืนเป็นไฟโหมแรงขึ้นไปอีก ไม่ควรเป็นคำพูดที่ตรงข้ามกับสิ่งที่เขาคิดเขาเชื่ออยู่ในขณะนั้น ควรจะพูดเออออห่อหมกกับเขาไปก่อน พูดง่ายๆ คือ พูดอะไรก็ได้ที่จะทำให้ถูกใจเขาความใจร้อนโมโหโกรธาของเขาจะได้ลดลง ช่วงนี้อย่าเพิ่งไปคำนึงถึงข้อเท็จจริงหรือเรื่องของเหตุเรื่องของผล หาทางทำให้คู่ของเราเย็นลงให้ได้ก่อนเป็นความจำเป็นเฉพาะหน้าพอใจร้อนใจเร็วซาลงแล้ว ค่อยมาพูดกันด้วยเหตุด้วยผล ก็จะช่วยทำให้เกิดความเข้าใจกันได้มากขึ้น
     

    ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ

    อย่าใช้การพูดเล่นเป็นน้ำเย็นเข้าลูบ เวลาที่อีกฝ่ายใจร้อน โมโหโกรธานั้น เขาไม่มีอารมณ์มาพูดเล่นพูดหัวกับใครหรือไม่มีกะจิตกะใจมาสนุกไปกับคำพูดเล่นของใครได้ ถ้าเราขืนพูดเล่นเพื่อหวังให้เขาเย็นลง จงจำไว้เถิดว่า เป็นการเข้าใจผิดอย่างมหันต์ ถ้าขืนทำกันจริง จะเท่ากับยิ่งเหมือนกับเอาน้ำมันราดใส่กองไฟ ยังไงยังงั้น

    ถ้ายังไม่รู้ว่าจะเอาน้ำเย็นเข้าลูบยังไงให้คู่ของเราเย็นลง

    ก็คงมีอีกวิถีทางหนึ่ง คือ

    "การเฟดตัวเองออกไปให้ไกลๆ สักระยะหนึ่ง"
    แต่ก็ไม่ต้องถึงกับออกนอกบ้านไปไหน อยู่ในบ้านนั่นแหละ และคอยชำเลืองดูให้เขาอยู่ในสายตาตลอดเวลาก็พอ
    เมื่อคนๆ หนึ่งใจร้อนใจเร็วโมโหโกรธา เขาอาจจะระเบิดอารมณ์ออกมาเต็มที่ ปล่อยให้เขาระเบิดออกมาให้เต็มที่ เพราะอีกไม่กี่สิบนาทีต่อมา มันจะค่อยๆ ซาลง เย็นลงเรื่อยๆ เมื่อเห็นเขาเย็นลงเมื่อไหร่ เราค่อยเข้าไปเอาน้ำเย็นเข้าลูบ จะ สัมผัสด้วยการจูบ การโอบกันบ้างเพื่อสร้างความอบอุ่นก็ไม่ผิดกติกาอันใด ชีวิตคู่ก็จะอยู่กันได้ต่อไป ถึงแม้อุปนิสัยใจคอจะแตกต่างกันราวฟ้ากับดินก็ตาม


    อย่าปล่อยให้ความแตกต่างกันเล็กๆ น้อยๆ มาคอยทำให้ชีวิตคู่หดหู่ ถ้าเราปรับจิตปรับใจซะหน่อย ก็จะมีชีวิตคู่อยู่กันอย่างอร ่อยเหาะแน่นอน

    ขอขอบคุณ: fwmail